โรงแรมที่พักราคาโปรโมชั่นใน ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี





ที่พักแนะนำในหัวหิน




โรงแรมที่พักราคาโปรโมชั่นใน ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี
ชอบเรื่องนี้ช่วยกด Like กด Share ให้ด้วยนะครับ

เขาเจ้าแม่ทับทิมทอง กราบไหว้เจ้าแม่ทับทิมทอง และ ชมวิวสวยๆ จากมุมสูง

เขาเจ้าแม่ทับทิมทอง เป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงามมากซึ่งเมื่อมองลงมาก็จะเห็นแม่น้ำปราณบุรีและหมู่บ้านปากน้ำปราณอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง ภายในศาลประดิษฐานรูปปั้น เจ้าแม่เทียนโหวเซี้ยบ้อ หรือ เจ้าแม่ทับทิมทองซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นับถือของชาวปากน้ำปราณอย่างมาก








มองลงไปด้านล่างจะเห็นแม่น้ำปราณบุรี




มีคนนั่งเรือยางมาตกปลากันอยู่



มองเห็นหมู่บ้านปากน้ำปราณ แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เพราะว่ามีต้นไม้บัง




แผนที่เขาเจ้าแม่ทับทิมทอง ปราณบุรี
พิกัด GPS 12.4093556,99.975755


รีวิว เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า รีสอร์ทหรู ริมหาดปราณบุรี

<< Review Sheraton Hua Hin Pranburi Villas >>


เป็นการพักผ่อนที่มีความสุขและประทับใจที่สุดอีกครั้ง
สำหรับการเลือกพักที่ เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า
ที่พักสไตล์ Pool Villa ทุกหลัง ที่มีความเป็นส่วนตัว พร้อมการบริการที่ดีเยี่ยม


ด้วยความกะทัดรัดของตัวรีสอร์ท ทำให้รู้สึกว่าเราสามารถเดินเที่ยวชม ส่วนต่างๆ ของรีสอร์ทได้อย่างครบถ้วนภายในเวลาที่ไม่มากนัก เริ่มตั้งแต่บริเวณที่จอดรถ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากทางเข้าด้านหน้า เราสามารถเดินไปหยิบของต่างๆ ที่รถได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเรียกใช้บริการ Valet ทุกครั้งที่ต้องไปหยิบของในรถ ซึ่งถือว่าสะดวกมากๆ เพราะปกติถ้าไปพักตามรีสอร์ทหรูๆ แบบนี้สิ่งที่น่าเบื่อคือ ที่จอดรถจะไปอยู่ไกลมากๆ เวลาต้องการอะไร ต้องเรียกใช้บริการบั๊กกี้ หรือ ไม่ก็ Valet ทุกครั้ง
โดยเฉพาะผมเนี่ยอุปกรณ์เยอะมาก



หลังจากจอดรถเพื่อนำสัมภาระลงเรียบร้อยแล้วตรงบริเวณทางเข้า ก็นำรถไปจอดตรงที่จอดรถใกล้ๆ กัน

เราสามารถกองสัมภาระไว้ที่นี่ได้เลยครับ หลังจากนั้น ก็เดินเข้าไปด้านใน เพื่อไปที่ล็อบบี้


จากทางเข้าด้านหน้าเดินเข้ามานิดเดียวก็ถึงบริเวณล็อบบี้ เพื่อทำการเช็คอินน์



ระหว่างนั่งเช็คอินน์ ก็มี Welcome Drink มาเสิร์ฟพร้อมผ้าเย็น

แต่ที่แตกต่างไปกว่านั้นคือ ที่นี่เค้ามีของชำร่วยเพิ่มเติมให้ด้วยนะครับ
เป็นปลาตะเพียนและตั๊กแตนที่สานด้วยใบมะพร้าว

เดี๋ยวผมเฉลยอีกทีละกันนะครับว่า ของพวกนี้เค้าได้มาจากไหน




ระหว่างรอเช็คอินน์ ก็สอดส่ายสายตาไปทั่วๆ
โอ้โห ที่นี่เค้ากวาดรางวัลมาเพียบเลย
ความรู้สึกว่าการพักผ่อนครั้งนี้มันต้องยอดเยี่ยมสุดๆ ก็บังเกิดขึ้นทันที





จบขั้นตอนการเช็คอินน์ ก็เห็นเจ้าหน้าที่ กำลังนำกระเป๋าไปส่งให้ที่ห้อง
ซึ่งที่นี่เค้าใช้เป็นรถถีบนะครับ ไม่ใช้เป็นบั๊กกี้ เพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ อีกอย่างที่นี่เค้าเป็นรีสอร์ทหรูในขนาดกระทัดรัด ก็เลยไม่จำเป็นต้องใช้บั๊กกี้


เดี๋ยวเข้าห้องพักแป๊บแล้วจะพาไปชมห้องพักในแบบต่างๆ กันนะครับ




ห้องพัก


ห้องพักแบบวิลล่าทั้งหมด 53 หลัง โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้
1. Pool Villa สำหรับ 2-3 ท่าน จำนวน 19 หลัง
2. Duplex Pool Villa 2 ชั้น สำหรับ 2-4 ท่าน จำนวน 16 หลัง
3. Pool Villa Suite สำหรับ 2-4 ท่าน จำนวน 18 หลัง





ห้องพักแบบ Pool Villa

บริเวณทางเข้าด้านหน้า ห้องพักแบบ Pool Villa
ถ้ามากันหลายครอบครัว ก็สามารถเลือกพักหลังที่ติดกัน หรือ อยู่ตรงข้ามกันก็ได้ครับ


สำหรับห้องพักแบบนี้จะมีห้องนอน 1 ห้อง ซึ่งมีห้องน้ำอยู่ในตัว และ มีศาลานั่งเล่นแยกออกมาตรงบริเวณริมสระว่ายน้ำ



พวกเราพักห้องแบบ Pool Villa เพราะพักกันแบบ ผู้ใหญ่ 2 คน และ เด็กเล็ก 1 คน ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่พอดีมากๆ เลยครับ พื้นที่เหลือเฟือในการทำกิจกรรมกันภายในครอบครัว



ภายในห้องนอนมีเตียงนอนขนาดใหญ่ แถมยังมี Day Bed ให้อีก 1 ตัว ถ้ามาพักกัน 3 คน ก็สามารถใช้เป็นเตียงเสริมได้เลย 

บริเวณหัวเตียงมีผนังกั้น ซึ่งด้านหลังผนังเป็นอ่างล้างหน้า และ เป็นส่วนของห้องน้ำ



เรามาดูไฮไลท์ของที่นี่กันอย่างแรกเลยนะครับ

ไฮไลท์ที่ผมจะพูดถึงคือเตียงนอน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพักผ่อน
ส่วนตัวให้ความสำคัญมากๆ ทุกครั้งเวลาพักที่ไหน พอถึงห้องนอนจะขอจับผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หมอนดูก่อนเลย

สำหรับที่ เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า พอเห็นปุ๊บผมรู้เลยว่า เนี่ยแหละคือเตียงนอนที่สุดยอดมากๆ และที่สำคัญ ที่พักภายใต้แบรนด์ของเชอราตันเค้าจะมีเอกลักษณ์ในเรื่องของที่นอนคือ "Sheraton Signature Bed" ซึ่งเค้าจะเน้นในเรื่องของตัวที่นอนและอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องนอนเป็นอย่างมาก เช่น ตัวที่นอนนี่เค้ามีอุปกรณ์ตัวที่นอน Topper ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ซึ่งรวมๆ แล้ว มีถึง 7 ชั้น กันเลย

ดูจากเนื้อผ้าที่ดูเย็นสบาย พอยิ่งเอามือไปสัมผัสปุ๊บรู้สึกได้เลยว่าใช้ด้ายอย่างดีไม่ต่ำกว่า 700 เส้นแน่ๆ เพราะผิวมันเย็นขนาดนี้ 

พอจับหมอนก็สัมผัสได้เลยว่าหลับสบายแน่ๆ คืนนี้ เพราะว่าหมอนที่นี่เค้ามีให้คนละ 2 ใบ เป็นแบบขนเป็ด และ เป็นใยสังเคราะห์ซึ่งทำเลียนแบบขนเป็ด เหมาะสำหรับคนที่แพ้ขนเป็ดน่ะครับ

ใบที่เป็นขนเป็ดจะนุ่มกว่าใบที่เป็นใยสังเคราะห์หน่อยนึงนะครับ อันนี้แล้วแต่ความชอบ

และที่สำคัญที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องของที่นอนมากๆ ขนาดว่าลูกค้าบางคนมาพักแล้วต้องขอซื้อที่นอนทั้งชุด เอาแบบที่ทางรีสอร์ทใช้เพื่อไปนอนที่บ้านกันเลยทีเดียว

ซึ่งทางรีสอร์ทเค้ามีขายนะครับ ลองถามเค้าดูได้

อ้อ... ลายที่เราเห็นบนผ้าห่มนั่นเป็นโลโก้ของ Sheraton มันคือใบมะกอกน่ะครับ ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องใช้เป็นใบมะกอก





เดินอ้อมมาด้านหลังหัวเตียงเป็นส่วนของห้องน้ำ ซึ่งมีอ่างล้างหน้าให้ 2 อัน





ห้องอาบน้ำมีแบบในร่ม และ แบบกลางแจ้ง



ส่วนอ่างอาบน้ำ เค้าจะมีแต่อ่างอาบน้ำแบบกลางแจ้งนะครับ
จากเตียงนอน เปิดประตูแล้วสามารถเดินลงอ่างอาบน้ำได้เลย



เปิดตู้เสื้อผ้าดูนิดนึง เห็นผ้าคลุมอาบน้ำ และ เตารีด พร้อมที่รองรีด


ภายในห้องพักมีเครื่องใช้ที่ทันสมัย สำหรับคนที่รักในเสียงเพลง หากมีเพลงใน ipod หรือ iphone ก็สามารถนำมาเสียบฟังผ่านลำโพงนี้ได้เลยครับ




Amenities เพียบครับ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็ upon request ครับ


กาต้มน้ำ สำหรับชงชา กาแฟ ดื่มภายในห้องพัก



Welcome Fruit ภายในห้องพัก



เดินออกข้างนอกกันบ้างครับ


ที่ชอบมากๆ คือ สระว่ายน้ำที่นี่ใหญ่มาก สามารถว่ายน้ำเล่นได้จริงๆ ไม่ใช่ลงไปนอนแช่เฉยๆ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทางรีสอร์ทเค้าเร่ง Renovate ตัววิลล่า ให้ดูสวยมากยิ่งขึ้น โดยปรับโทนสีให้เข้ากับ โทนสีของ Sheraton โดย เริ่มจากทาสีของสระว่ายน้ำให้เป็นสีน้ำเงิน และ สีฟ้า ซึ่งดูแล้วสดใสขึ้นเยอะเลย


ยิ่งในช่วงค่ำถ้าเปิดไฟ สระว่ายน้ำจะน่าว่ายขึ้นเยอะเลยล่ะครับ
เสียดายอย่างเดียว ช่วงค่ำๆ จะนั่งตรงศาลาค่อนข้างลำบากหน่อยเพราะว่ายุงจะเยอะพอสมควร แต่ถ้าเป็นช่วงกลางวัน ชิลล์สุดๆ เลย

ภายในวิลล่า เค้าจะมีกำแพงสูง เพื่อให้มีความเป็นส่วนตัว แต่ไม่รู้สึกอึดอัดนะครับ เพราะว่าเค้ามีพื้นสำหรับปลูกต้นไม้ ต้นหญ้าให้ดูสบายตา


ช่วงเย็นๆ ตอนพระอาทิตย์ตกท้องฟ้าจะสวยมากๆ




Duplex Pool Villa
ห้องพักแบบ Duplex Pool Villa จะเป็นลักษณะบ้านแฝด ฝั่งนึงพักได้ 2-4 คน แต่ถ้ามากันเยอะๆ ก็พักแบบ 2 ฝั่ง คือทั้งหลังไปเลย แล้ว เปิดประตูหากันได้เลย

ที่ผมบอกว่าพักได้ 2-4 คน คือ มีเตียงนอนให้ 1 เตียง ที่ชั้นบน และ มี Day Bed ใหญ่ เป็นที่นอนให้ชั้นล่างน่ะครับ ทางแม่บ้านเค้าจะปูที่นอนพร้อมหมอนและผ้าห่มให้


ภายในบ้านแฝดที่สร้างติดกัน
ฝึ่งนึงตรงบริเวณห้องนั่งเล่นด้านล่างจะสามารถมองขึ้นไปเห็นชั้นบน เพราะว่าไม่มีฝ้า
ส่วนอีกฝั่งนึงจะเป็นแบบมีฝ้าปิด มองไม่เห็นชั้นบน ซึ่งนี่ก็คืออย่างเดียวที่ต่างกัน นอกนั้นเหมือนกันหมดครับ


ด้านนอกจะมีพื้นที่ร่มสำหรับนั่งพักผ่อน และ มีสระว่ายน้ำให้ฝั่งละ 1 สระ 

ถ้าเราเหมาบ้านแฝดทั้ง 2 ฝั่ง เราก็จะได้สระว่ายน้ำ 2 สระ




สำหรับห้องน้ำจะมีให้ 2 ห้อง ทั้งชั้นบนและชั้นล่างครับ


ห้องพักแบบ Duplex จะมีเครื่องชงกาแฟแบบไฮโซ ให้ด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่กาต้มน้ำร้อนอย่างเดียว


ขึ้นมาชมบรรยากาศห้องนอนชั้นบนกันซะหน่อยครับ


ด้านนอกตรงระเบียงจะมีอ่างอาบน้ำ แบบ Outdoor ให้ด้วยนะครับ







ห้องนอนของอีกฝั่ง ซึ่งอยู่ติดกันครับ




Pool Villa Suite
สำหรับห้อง Pool Villa Suite จะเป็นห้องพักแบบมี ห้องนั่งเล่นแยกออกมาอีกหลังนึงน่ะครับ
นอกจากนั้นยังมีศาลานั่งเล่นริมสระเหมือนกับห้องพักแบบ Pool Villa ในแบบแรก แต่ว่าสระว่ายน้ำจะยาวกว่านะครับ เพราะว่าพื้นที่ภายในวิลล่าจะกว้างกว่าในแบบ Pool Villa ปกติ

ภายในส่วนของห้องนอนจะเป็นแบบเดียวกับ Pool Villa ทุกอย่างเลยครับ ทั้งในเรื่องของ Lay out และ อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในห้องนอน


แต่ห้องพักประเภทนี้จะมีห้องนั่งเล่นแยกมาอีกหลังนึงเลยครับ
ภายในห้องนั่งเล่นจะมีชุดโซฟา ทีวี โต๊ะทำงาน และ ห้องน้ำ พร้อมห้องอาบน้ำให้อีกหนึ่งชุดแยกมาเลย

ถ้ามาพักกันมากกว่า 2 คน ขึ้นไป ถึง 4 คน ก็สามารถมานอนที่ห้องนี้ได้เลยครับ


อีกอย่างที่รู้สึกประทับใจเกี่ยวกับที่นี่คือ เรื่องของ สวิชท์ไฟเนี่ยแหละครับ
เค้าจะมีตัวหนังสือกำกับไว้ทุกสวิชท์ว่า สวิชท์ไหนสำหรับไฟดวงไหน
เนี่ยแหละครับ คืออีกสิ่งที่หลายๆ รีสอร์ทไม่ค่อยนึกถึงกัน แต่ที่นี่เค้าคิดละเอียดมากๆ

ประมาณว่าใจเค้าใจเราน่ะครับ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา การที่เราจะรู้ว่าสวิชท์ไหนเปิดสำหรับไฟดวงไหน เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยิ่งบางรีสอร์ท มีสวิชท์เยอะมาก และ กระจายอยู่ทั่วไปหมด ยิ่งใช้งานลำบากมากๆ บางทีหงุดหงิด ก็อยู่มันแบบมืดๆ ไปซะเลย ขี้เกียจไล่หาละ เปิดดวงไหนติดก็ใช้ดวงนั้นแหละ :-)

แต่ที่นี่เค้าคิดไว้ให้เราเรียบร้อย สะดวกจริงๆ




ชมห้องพักกันครบทั้ง 3 แบบแล้ว เดี๋ยวพักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้จะพาไปทานอาหารเช้ากันต่อครับ




บรรยากาศยามค่ำคืน เปิดไฟค่อนข้างสว่างนะครับ ผิดกับสมัยที่เป็น Six Senses ตอนนั้นค่อนข้างมืด เพราะคอนเซ็ปอันนั้นเค้าเน้นความเป็นโรแมนติก ไปไหนมาไหน ในรีสอร์ท เค้าให้ติดไฟฉายไปด้วย แต่พอเปลี่ยนมาเป็นแบรนด์เชอราตัน เค้าติดไฟให้สว่างเลย กลางคืนเดินไปไหนไม่ต้องพึ่งไฟฉายเลย



อาหารเช้า และ ห้องอาหารภายในรีสอร์ท

เช้านี้ก็ตื่นแต่เช้าเหมือนเช่นทุกครั้ง ออกมาเก็บภาพบรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ที่บริเวณด้านหลังรีสอร์ท ซึ่งติดกับหาดปราณบุรี แต่ช่วงนี้น้ำทะเลขึ้นสูง เลยไม่ค่อยได้เห็นชายหาดเท่าไหร่

บริเวณชายหาดน้ำขึ้นสูงเลยไม่ได้เห็นหาด
น้ำจะลงช่วงกลาง ก็เลยหมดโอกาสลงไปเดินเล่นชายหาดเลย ตื่นมาน้ำก็ขึ้นซะแล้ว
และน้ำก็จะอยู่อย่างนี้ตลอดทั้งวัน


เช้าๆ บรรยากาศดีครับ ผมว่าผมตื่นเช้าแล้ว แขกคนอื่นๆ ก็ตื่นเช้าเหมือนกัน
ที่รีสอร์ทเค้ามีจักรยานให้ยืมปั่นเล่นด้วยนะครับ
นี่ก็แขกของทางรีสอร์ท เอาจักรยานมาปั่นแต่เช้าเลย


ส่วนคนนี้ก็ออกมาวิ่งริมชายทะเล ก็อากาศดีขนาดนี้มันก็น่าออกมาวิ่งมาปั่นจักรยานเล่นอยุ่แล้วล่ะครับ


หลังจากเดินเล่นริมชายทะเลปราณบุรี จนพอสมควรแล้ว ก็เดินกลับมาทานอาหารเช้าต่อ


อาหารเช้าจะทานกันที่ห้องอาหารดาหลา ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักของทางรีสอร์ท ที่เปิดให้บริการ อาหารเช้าตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 11 โมง หลังจากนั้นก็เปิดให้บริการอาหารกลางวัน และ อาหารค่ำต่อไปเลย


ห้องอาหารดาหลา
ห้องอาหารดาหลา จะมีส่วนของที่นั่งเป็นซุ้มศาลาในสระบัว ซึ่งถ้าเป็นช่วงกลางวันโอเคครับ แต่ช่วงค่ำยุงจะเยอะซักหน่อย ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่

ก่อนทานอาหารเช้า ขอเก็บภาพดอกบัวสวยๆ ที่บานรับอรุณกันซักหน่อยดีกว่าครับ
ช่วงเช้าๆ เป็นช่วงที่ออกมาเก็บภาพสระบัวได้สวยที่สุดแล้วครับ








ไลน์อาหารมีให้เลือกหลากหลายพอสมควรเลยครับ รสชาติอร่อยใช้ได้เลย


เริ่มด้วยอาหารเบาๆ เรียกน้ำย่อยกันก่อน


ต่อด้วยซูชิ ซึ่งแนะนำว่าให้ตื่นมาทานเช้าๆ จะดีที่สุดครับ เพราะซูชิจะยังสด ช่วงนั้นจะอร่อยที่สุด


ไม่เคยพลาดครับ ไปที่ไหนมีให้สั่งต้องสั่งมาทานทุกครั้งสำหรับ Egg Benedict

ต่อจากนั้นก็ทานไปเรื่อยเลยครับ อาหารหลากหลายดี ทานซะจุกเลย



หมี่เหลืองลูกชิ้นหมูสำหรับเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็ทานได้อร่อยมากๆ ซะด้วย


โจ๊กหมูเช้าๆ เข้ากันดีจริงๆ

หลังจากนั้นก็ต่อด้วยของหวานและผลไม้
มีขนมครกด้วย ไม่เคยเจอที่รีสอร์ทไหนมาก่อน



พอหลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ทางรีสอร์ท เค้าจะมีกิจกรรมสำหรับแขกที่มาพัก คือ เค้ามีการสอนงานฝีมือให้กับแขกฟรีๆ ด้วยนะครับ เช่นการสอนสานปลาตะเพียนด้วยใบมะพร้าว และ การทำเปเปอร์มาเช่

วันนี้เป็นการสานปลาตะเพียนด้วยใบมะพร้าว

ซึ่งนี่แหละครับ พอสานเสร็จแล้ว มีเหลือหลายๆ ตัว เค้าก็จะเอาไปแจกให้เป็นของชำร่วย ตอนที่เราเช็คอินน์นั่นแหละครับ 


ส่วนเด็กเล็ก ถึงแม้ที่นี่เค้าจะไม่มี Kid's Club ให้ แต่เค้าก็มีอุปกรณ์เล็กๆ น้อยๆ ให้เด็กๆ ได้นั่งขีดเขียนวาดรูปไปเพลินๆ ไม่ต้องรบกวนคุณพ่อคุณแม่ ตอนกำลังหัดเรียนงานฝีมือ


ได้มาละครับ ปลาตะเพียน 1 ตัว สานยากใช้ได้เลย


สำหรับมื้อกลางวันเราอาจจะเลือกทานที่รีสอร์ท หรือ ออกไปหาร้านอาหารทะเลทานก็ได้ครับ เพราะว่าใกล้ๆ รีสอร์ทมีร้านอาหารทะเลอร่อยๆ อยู่หลายร้านเลยครับ เดี๋ยวตามรีวิวอื่นๆ เกี่ยวกับร้านอาหารในปราณบุรีอีกทีนะครับ


พอตกค่ำ พวกเราก็ฝากท้องที่ร้านอาหารดาหลากันอีกเช่นเคยครับ


อย่างที่บอกครับ ตรงบริเวณศาลาในสระบัว ค่อนข้างจะมืดและยุงรบกวน เลยแนะนำว่ามานั่งในตัวห้องอาหารจะดีกว่า


หรือถ้าใครไม่อยากออกไปไหน ก็มานั่งทานอาหารเบาๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ ห้องอาหาร Luna La Pran ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมสระว่ายน้ำส่วนกลาง และ อยู่หน้าหาดก็ได้ครับ บรรยากาศดีมากๆ





สำหรับมื้อค่ำพวกเราฝากท้องกันที่ห้องอาหารดาหลา เช่นเคยครับ



อาหารหลักๆ ที่เสิร์ฟในห้องอาหารดาหลาจะเป็นอาหารไทย ซิกเนเจอร์ของห้องอาหารนี้คือ ยำดอกดาหลา ฉู่ฉี่กุ้ง ที่เค้าว่ากันว่าเชฟลงมือโขกเครื่องแกงด้วยตัวเอง 

สำหรับวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารและเครื่องดื่มของทุกห้องอาหารภายในรีสอร์ท ไม่ว่าจะเป็นข้าว เนื้อสัตว์ หรือ ผักต่างๆ มากกว่า 80% เค้าจะใช้วัตถุดิบออร์แกนิก ทำให้มั่นใจได้ว่าดีต่อสุขภาพแน่นอน



สำหรับมื้อนี้ดึกแล้วพวกเราก็เลยไม่ได้ทานอะไรกันมากครับ ขอแบบเบาๆ

ปลาเปรี้ยวหวาน


Fish & Chips สำหรับเด็ก


น้ำพริกลงเรือ



ชามะนาว


มื้อค่ำจัดแบบไม่หนักมาก อิ่มกำลังดี



มีอะไรทำบ้างที่ เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า

เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า เป็นรีสอร์ทที่ถูกออกแบบให้เป็นสถานที่พักผ่อนแบบหลีกหนีความวุ่นวาย สังเกตุได้จากที่ตั้ง ที่เลือกตั้งอยู่ในเมืองริมชายหาดเล็กๆ และไม่พลุกพล่านอย่าง ปราณบุรี ดังนั้นคนที่ตัดสินใจมาพักที่นี่ ส่วนใหญ่น่าจะไม่เน้นที่จะทำกิจกรรมอะไรมากมายไปกว่าการได้มานั่งๆ นอนๆ ว่ายน้ำ และ พักผ่อน เพื่อชาร์ตพลัง

แต่ถ้าหากใครต้องการหากิจกรรมทำภายในรีสอร์ท ที่นี่เค้าก็มี Facilities ให้ได้ทำกันนะครับ

เช่น ห้องฟิตเนส, สระว่ายน้ำส่วนกลาง, บาร์ริมสระ, Free Wifi ไว้ให้นั่งเซิร์ฟเน็ตกันทั่วทั้งรีสอร์ท และ ห้องสปา หรือ ถ้าใครหิ้วงานติดมือมาด้วย ก็เชิญที่ห้อง [email protected](SM) experienced with Microsoft® ที่นี่เป็นห้องทำงานย่อมๆ ที่มีคอมพิวเตอร์ พร้อมอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เครื่องปริ๊นเตอร์ ให้เราได้ใช้กันฟรีๆ รวมถึงมีจักรยานให้ยืมปั่นเล่นริมทะเลกันด้วย มีทั้งแบบสำหรับ ผู้ชาย ผู้หญิง และ คันเล็กๆ สำหรับเด็ก

[email protected](SM) experienced with Microsoft®
ห้องนี้เป็นเหมือนห้องทำงานแบบชั่วคราวได้เลย

นอกจากนั้นยังสามารถมาหยิบยืมแผ่น DVD หรือ หนังสือไปนั่งอ่านได้ครับ


หรือจะเลือกเดินเล่นชมบรรยากาศที่ร่มรื่นภายในรีสอร์ทก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนที่สุดยอดแล้วล่ะครับ


ทางรีสอร์ทได้สร้างสระว่ายน้ำส่วนกลางเพิ่มตรงบริเวณหน้าหาด และ พูลบาร์ เพื่อให้ได้ออกมาว่ายน้ำชมวิวของท้องทะเล ในกรณีที่พักหลายๆ วัน และเบื่อที่จะอยู่แต่ในวิลล่าน่ะครับ

และบริเวณนี้ก็มี ห้องฟิตเนส สำหรับผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วยนะครับ




บริเวณริมสระว่ายน้ำส่วนกลาง จะมีสนามหญ้าให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นกันด้วยนะครับ แต่ปกติพื้นที่ตรงนี้สามารถใช้สำหรับงานพิธีต่างๆ ได้เช่น งานแต่งงาน หรือ ถ้าผู้เข้าพักเป็นแบบบริษัทก็สามารถใช้เป็นลานสำหรับทำกิจกรรมพวก team builder ก็ได้ครับ



สำหรับการเข้าพักครั้งนี้ พวกเราเลือกที่จะอยู่กันแต่ในวิลล่าส่วนตัว เล่นน้ำในสระว่ายน้ำกับครอบครัวอย่างเดียวเลยครับ เท่านี้ก็มีความสุขมากๆ แล้วล่ะครับ





หลังจากที่เชอราตันได้เข้ามา take over รีสอร์ทแห่งนี้จาก Six sense Hideaway ก็ได้พัฒนาและปรับปรุงรีสอร์ทแห่งนี้ไปในหลายๆ ส่วนเลยครับ เท่าที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ
1. ระบบเทคโนโลยีต่างๆ ภายในรีสอร์ท เช่น เครื่องเสียงภายในห้องพัก ทีวีจอแบน และ สัญญาน Wifi ที่ครอบคลุมทั้งรีสอร์ท
2. ระบบความปลอดภัย ซึ่งทางเชอราตันได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทั่วทั้งรีสอร์ท จากเดิมที่ไม่มี
3. ปรับโทนสีของที่พัก ที่ได้มีการทาสีใหม่ เพื่อให้เข้ากับโทนสีของเชอราตัน ซึ่งเป็นสีน้ำเงิน ทำให้ดูแล้วรีสอร์ทมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
4. สร้างสระว่ายน้ำส่วนกลาง และ  pool bar เพื่อให้แขกที่เข้ามาพัก ได้มีสถานที่สำหรับพักผ่อนภายในที่พักมากขึ้น
5. เตียงนอนและเครื่องนอนทั้งหมดตามมาตรฐานเชอราตัน




ภายในรีสอร์ทมีมุมเล็กๆ ถูกจัดเป็นมุมที่เรียกว่า Herb Garden ซึ่งเป็นมุมพืชผักสวนครัว เช่น พริก กะเพรา โหระพา ใบชะพลู ที่ทางรีสอร์ทเค้าทำเป็นกิจกรรมให้กับพนักงานภายในรีสอร์ทได้ร่วมกันทำ ซึ่งผักสวนครัวเหล่านี้เป็นการปลูกแบบปลอดสารพิษ และได้นำไปใช้ในการปรุงอาหารจริงๆ กันภายในรีสอร์ทอีกด้วย



ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าพักที่ เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า



  1. การบริการที่ดีเยี่ยมสมกับเป็นที่พักระดับ 5 ดาว พนักงานยิ้มแย้ม ทักทายตลอดเวลาที่เจอกัน
  2. รีสอร์ทตั้งอยู่บริเวณที่เงียบสงบ เหมาะมากสำหรับการมาพักผ่อนแบบหลีกหนีความวุ่นวาย และต้องการมาชาร์ตพลัง
  3. บริเวณใกล้ๆ ที่พักมีร้านอาหารอร่อยๆ ให้เลือกทานหลายร้าน
  4. ภายในห้องพักสะอาด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
  5. เตียงนอนดีมากๆๆๆๆ นอนหลับสบายสุดๆ
  6. อินเตอร์เน็ตสัญญานแรง และ ครอบคลุมทั่วทั้งรีสอร์ท
  7. อาหารเช้าอร่อย และ มีให้เลือกหลากหลาย
  8. สระว่ายน้ำภายในห้องพักใหญ่ ว่ายสะใจเลย
  9. พื้นที่ภายในตัววิลล่าได้มีการจัดสวนรอบๆ ทำให้ดูร่มรื่นสบายตา ไม่อึดอัด
  10. ข้อติมีนิดนึงคือช่วงค่ำยุงเยอะไปหน่อย เพราะว่าบริเวณทั่วรีสอร์ทมีต้นไม้เยอะ แต่ช่วงกลางวันทำให้ดูร่มรื่น


เช็คราคาและจองห้องพัก

ราคาเฉลี่ยเริ่มต้น 9,000 - 20,000 บาท
หมายเหตุ ราคาอาจมีการเปลี่ยนขึ้นกับช่วงวันและเวลาเข้าพัก

เช็คห้องว่างและราคาได้ที่นี่




เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า
9/22 หมู่ 5 ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77220
โทร. 032-909-900



แผนที่ เชอราตันหัวหิน ปราณบุรี วิลล่า
พิกัด GPS 12.386124, 99.994880



บทความที่ได้รับความนิยม